การพัฒนาเซ็นเซอร์และอุปกรณ์สุขภาพเชิงป้องกันแบบติดตัวหรือเคลื่อนย้ายสะดวก

แม้การพัฒนาระบบสารสนเทศและความรู้ทางการแพทย์และสุขภาพและการแห่งชาติ จะมีความสำคัญ และเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น แต่ยังไม่สามารถรองรับกับความต้องการของสังคมในบริบทของที่มีผู้สูงอายุจำนวนมากเพิ่มขึ้น ผู้ที่อยู่ในวัยทำงานต้องใช้เวลาอยู่นอกบ้าน อีกทั้งบุคลากรทางการแพทย์มีไม่เพียงพอกับความต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบทที่ห่างไกล ดังนั้น การดูแลรักษาตนเองในเชิงป้องกันเพื่อลดความเสี่ยง การดูแลกันเองในบริบทที่เป็นไปได้ การเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่สายเกินไป ตัวอย่างเช่น ประชากรในประเทศไทย มีภาวะอ้วน ภาวะไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิต เพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด และพบว่าประชากรที่ความดันโลหิตสูง จะเสียชีวิตเพิ่มเป็น 2-4 เท่าของผู้ที่ความดันโลหิตปกติ ดังนั้น การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการตรวจวิเคราะห์ระดับคลอเรสเตอรอล(Cholesterol)และไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการลดอัตราเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคดังกล่าว

โดยเน้นในเรื่องของการพัฒนาเครื่องมือสนับสนุนการให้บริการสุขภาพได้ดีขึ้น อำนวยความสะดวกต่อการวินิจฉัยโรค หรือให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังตนเอง สามารถติดตามสภาพของร่างกายด้วยตนเอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Medicine) ซึ่งประกอบด้วย

การออกแบบพัฒนาและผลิตเซ็นเซอร์ชีวภาพสำหรับการแพทย์ ที่มีความไวสูงขึ้นใช้ได้เองภายในประเทศ โดยมีการใช้นาโนเทคโนโลยี ได้แก่ วัสดุนาโน เช่น ท่อคาร์บอนนาโน Biological enzymes ร่วมกับวิธีการ Amperometric ซึ่งการใช้วัสดุนาโนร่วมกับเทคนิคดังกล่าวจะทำให้ได้เซ็นเซอร์ที่มีความไวสูงกว่าเซ็นเซอร์สำหรับการแพทย์ที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ซึ่งทำให้สามารถใช้งานทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และภายในโรงพยาบาลที่ห่างไกล หรือสามารถใช้ได้เองโดยผู้ป่วย

การพัฒนาเครื่องมือตรวจวัดด้านสุขภาพ ที่ต้องใช้เทคโนโลยีเชิงบูรณาการ ได้แก่ การประมวลคลื่นสัญญาณทางไฟฟ้า เซ็นเซอร์ชีวภาพ และความรู้เฉพาะโรค เช่น เครื่องมือเตือนภัยสุขภาพส่วนตัวแบบสวมใส่ได้ เช่น เครื่องมือวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Personalized ECG monitoring) ซึ่งการตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือสัญญาณ ECG (Electrocardiogram) ที่วัดจากผู้ป่วย จะเป็นสัญญาณเบื้องต้นในการวิเคราะห์เพื่อแจ้งเตือนหรือคัดกรองผู้ป่วยว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด

เครื่องมือตรวจวัดแบบพกพา (Portable Health Devices) เช่นเครื่องตรวจวัดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์แบบพกพา

พัฒนาระบบตรวจวัดอุณหภูมิของบุคคลแบบไม่สัมผัส ที่สามารถวัดอุณหภูมิของบุคคลได้หลายๆ คน พร้อมๆ กัน โดยอาศัยการผสมผสานเทคโนโลยีการตรวจจับอุณหภูมิด้วยกล้องถ่ายภาพรังสีความร้อน วิธีการค้นหาใบหน้าของบุคคลจากการประมวลผลภาพ วิธีการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอย่างอุณหภูมิ และ ความชื้นสัมพัทธ์ รวมไปถึงวิธีการชดเชยผลกระทบอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ตำแหน่งของบุคคล และการตรวจสอบอุณหภูมิที่พื้นผิว เข้าด้วยกัน

โครงการพัฒนาเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) สำหรับงานทันตกรรม ปัจจุบันเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ภายในประเทศทั้งหมดจะเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ และราคาแพง การกระจายตัวของระบบเครื่องมือต่อระดับภูมิภาคไม่ทั่วถึง ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายของการรักษาและการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพที่ไม่เท่าเทียม ตลาดที่ให้บริการด้านทันตกรรมมีขนาดใหญ่ แต่เนื่องจากเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ไม่มีการพัฒนาขึ้นเองทำให้ต้องเสียงบประมาณในการนำเข้า ดังนั้นหากโครงการสำเร็จจะช่วยลดปัญหาดังกล่าวลงได้และทำให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้สู่อุตสาหกรรมของเอกชนภายในประเทศด้วย

ซอฟต์แวร์เทคโนโลยีทางด้านการแพทย์ลาธารณสุขมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่หยุดยั้งทั้งทางด้านเทคโนโลยีการประมวลผล ซอฟต์แวร์เทคโนโลยีทางด้านการแพทย์สาธารณสุขมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการให้บริการผู้ป่วยและการจัดการบริหารงานของระบบโรงพยาบาลและสาธารณสุขจวบจนวันนี้ เทคโนโลยีทางการแพทย์ไม่เพียงจำกัดแค่การให้บริการในวงการแพทย์ สาธารณสุข และโรงพยาบาลอีกต่อไป แต่เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้เข้ามามีบทบาทที่สำคัญทำให้ประชาชนและผู้ป่วยสามารถเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์สาธารณสุข รวมทั้งใช้บริการสาธารณสุขจากที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทาง

เพียงแค่คลิกคอมพิวเตอร์ที่บ้าน หรือแค่นอนพักผ่อนที่บ้าน คอมพิวเตอร์ที่อยู่รอบๆ ตัวคุณก็สามารถตรวจเช็คสุขภาพของคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัวและสามารถส่งข้อมูลสุขภาพไปยังแพทย์เจ้าของไข้ หรือตรวจโรคผ่านระบบ ออนไลน์ สิ่งเหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไป เมื่อบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และแอพพลิคเคชั่นต่างๆ หันมาพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อตอบสนองชีวิตประจำวันของมนุษย์มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแพทย์ทางไกลมาให้บริการผู้ป่วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาพยาบาล

บริการสุขภาพสู่ยุค Health 3.0

สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขหรือ Health Information evolution นั้น ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีมารองรับวงการแพทย์และสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันการพัฒนาเทคโนโลยีของวงการแพทย์และสาธารณสุขมีทั้งสิน 3 ยุค ด้วยกัน

โดยยุคแรก เริ่มจากการพัฒนาระบบ Health 1.0 ซึ่งเป็นการจัดเก็บข้อมูลคนไข้ ให้อยู่ในรูปของเอกสารซึ่งเอกสารทุกอย่างจะอยู่ที่โรงพยาบาลในลักษณะที่เป็น Physical centric ขณะที่ยุคที่ 2 เป็นยุค Health 2.0 เป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการเก็บข้อมูลคนไข้ในลักษณะเป็นเวชทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์และเวชทะเบียนส่วน บุคคล (Electronics Medical Records & Personal Health Records) รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการจัดการและการบริหารงานในโรงพยาบาลและสาธารณสุข มีการเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา สำหรับประเทศไทยอยู่ในช่วงของการโอนถ่ายการใช้เทคโนโลยี มาสู่ Health 2.0

อย่างไรก็ตาม จากการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ทำให้วงการแพทย์มีการพัฒนาเข้าสู่ยุค Health 3.0 ซึ่งเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีมาช่วยในการรักษาพยาบาลและช่วยจัดการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้การบริการทางการแพทย์มุ่งสู่การให้บริการปัจเจกชน โดยผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางของการดูแลรักษาสุขภาพ หรือ Patient centric ที่การรักษาพยาบาลรวมถึงการจ่ายยาสามารถทำได้เฉพาะผู้ป่วยแต่ละราย

แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์

เทคโนโลยีชีวภาพสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในทางด้านการแพทย์และสุขภาพได้หลายอย่างหลายด้านตัวอย่างเช่น

– ด้านยารักษาโรค เช่น การนำความรู้มาประยุกต์กันระหว่างทางเทคโนโลยีชีวภาพกับสมุนไพรหรือสมุนไพรไทย จนสามารถทำยารักษาโรคตัวใหม่ได้
– ด้านการป้องกันโรค เช่น การตรวจดีเอ็นเอ(DNA) เพื่อวิเคราะห์โรคทางพันธุกรรมของพ่อแม่เพื่อดูว่าบุตรที่เกิดมาจะมีโอกาสเกิดโรคทางพันธุกรรมใดๆหรือไม่ หรือ การทำวัคซีนเพื่อป้องกันโรค
– ด้านการวินิจฉัยหาสาเหตุโรค เช่น การผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคต่างๆ หรือ การตรวจดีเอ็นเอ(DNA) เพื่อวิเคราะห์โรคทางพันธุกรรม
– ด้านการรักษาโรค เช่น การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพกับการรักษาโรคเบาหวาน

รวมถึงการประยุกต์รวมความรู้ทางเทคโนโลยีชีวภาพกับทางด้านการแพทย์ มาใช้ในงานทางด้านกฏหมายอย่างงานทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อใช้ในการวิเคราะห์หลักฐาน พิสูจน์หลักฐาน หรือ ในการสืบสวนคดี รวมถึงการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล การพิสูจน์เครือญาติด้วย ดีเอ็นเอ(DNA)

เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์เป็นสิ่งจำเป็นทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ปัจจุบันตลาดเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ของไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นตามความต้องการของตลาดที่สนองต่อคุณภาพชีวิตและปัญหาสุขภาพความเจ็บป่วยของประชาชน แต่อุตสาหกรรมวัสดุเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ในประเทศไทยยังไม่มีการพัฒนาเท่าที่ควร คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา จึงตั้งคณะอนุกรรมาธิการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์สุขภาพและธุรกิจที่เกี่ยวข้องขึ้นมาศึกษาสภาพปัญหา ซึ่งพบว่าผู้ประกอบการขาดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิต ขาดการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ การยอมรับจากผู้ใช้ต่อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ ขาดความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนยังไม่มีหน่วยงานหรือสถาบันให้ความช่วยเหลือด้านข้อมูลและการตรวจสอบมาตรฐานและการรับรองคุณภาพเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ หากบริษัทต้องการจะผ่านกระบวนการตรวจสอบและรับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์ต้องส่งไปดำเนินการในต่างประเทศทำให้เกิดต้นทุนสูง ดังนั้น แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องให้มีศักยภาพ เพื่อให้ไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมทางการแพทย์และสุขภาพและเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพ จะต้องบูรณาการความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน มีการพัฒนาที่ครบวงจรตั้งแต่การวิจัยพัฒนา การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และสนับสนุนการลงทุนของนักลงทุน รวมถึงการออกแบบมาตรฐานทางการเงิน การคลัง การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ปรับปรุงโครงสร้างภาษี ตลอดจนกำหนดกฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ของทางราชการให้เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์

การแพทย์ไฮเทคที่มีบริการตรวจรักษาโดยเน้นเทคโนโลยี

คำว่า การแพทย์ไฮเทค หมายถึง การแพทย์ยุคใหม่ที่มีบริการตรวจรักษาโดยเน้นเทคโนโลยีหรือเครื่องมืออุปกรณ์สมัยใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าที่ปฏิเสธไม่ได้ เพราะมีประโยชน์มากมาย และยังทำให้การตรวจวินิจฉัยแม่นยำและรวดเร็วขึ้น

นวัตกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เครื่องมือตรวจพิเศษสำหรับอวัยวะต่างๆ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ให้บริการอย่างหุ่นยนต์ช่วยจัดยา

การพัฒนาสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนนำความเจริญมาสู่วงการแพทย์ แต่ผู้ใช้ต้องมีความรู้ความเข้าใจในสมรรถภาพเครื่องมือ วิธีการ ข้อบ่งชี้ (ที่จำเป็น) ในการใช้ ข้อดีข้อเสียในการใช้ เพราะหากใช้แบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ รู้ไม่หมด รู้ไม่จริง ก็อาจเกิดโทษได้

ปัจจุบันมีการพัฒนาและผลิตเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ออกมาขายกันมาก หลายๆ ประเทศต้องพยายามตามให้ทันเทคโนโลยี ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย มีการใช้งบประมาณรัฐไปกับสิ่งเหล่านี้จำนวนมาก รวมถึงโรงพยาบาลเอกชนก็มีการแข่งขันกันนำเสนอเครื่องมืออุปกรณ์ไฮเทคเพื่อเป็นจุดขาย

ปัจจุบันมีแนวโน้มว่าเราอาจพึ่งเทคโนโลยีมากเกินไป จนทำให้แพทย์บางท่านละเลยความเป็นแพทย์จริงๆ ไปหรือไม่ เพราะการตรวจวินิจฉัยส่วนใหญ่มักเน้นไปที่ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลการตรวจเอกซเรย์ การตรวจด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการตรวจดูอวัยวะต่างๆ ด้วยเครื่องมือพิเศษ มากกว่าเน้นทักษะการซักประวัติและการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการตรวจรักษาผู้ป่วย

มีผู้ป่วยหลายคนเล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันแพทย์คุยกับผู้ป่วยน้อยลง สัมผัสตัวผู้ป่วยเพื่อตรวจร่างกายน้อยลง บางคนบอกว่าเข้าห้องตรวจนั่งไม่ถึงนาที แพทย์ซักถามไม่กี่ประโยคก็ส่งไปตรวจเลือด เอกซเรย์ ตรวจพิเศษต่างๆ มากมาย แล้วรอฟังผล ถ้ายังไม่ได้คำตอบก็ส่งตรวจอย่างอื่นอีกจนกว่าจะพบสาเหตุของโรค

จริงอยู่ที่เทคโนโลยีการตรวจพิเศษต่างๆ จะช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำขึ้น แต่ควรใช้เมื่อมีข้อบ่งชี้ที่จำเป็นจริงๆ ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ ไม่ควรเหวี่ยงแหเพื่อรักษาโรค และไม่ควรใช้ด้วยเจตนาที่ไม่ชัดเจนว่าจะเกิดประโยชน์กับผู้ป่วยจริงๆ (อีกนัยหนึ่งคือ เจตนาเพื่อผลประโยชน์กับตัวแพทย์เอง) และควรตระหนักว่าการตรวจพิเศษต่างๆ เหล่านี้อาจมีผลเสียได้ เช่น เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตรวจ ความผิดพลาดในการตรวจ สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย เป็นต้น

สำหรับผู้ป่วยเองนั้น ควรพยายามอธิบายอาการให้ละเอียด หากสงสัยเรื่องการตรวจพิเศษต่างๆ ก็ให้สอบถามแพทย์ถึงความจำเป็นในการตรวจ รวมถึงข้อดีข้อเสียเพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน เพราะตัวผู้ป่วยมีสิทธิในการตัดสินใจว่าจะตรวจหรือไม่

บทบาทนาโนเทคโนโลยีเชิงชีวภาพและนาโนเทคโนโลยีทางการแพทย์

นาโนเทคโนโลยีเชิงชีวภาพ และนาโนเทคโนโลยีทางการแพทย์ มีบทบาทเชื่อมโยง และสัมพันธ์กันอย่างมาก และยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับความต้องการพื้นฐานของมนุษยชาติ เช่น การมีอายุยืนยาวและปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี รวมทั้ง มีรูปร่างหน้าตาสวยงามตลอดเวลา การศึกษาวิจัยเรื่องนี้อย่างจริงจัง อยู่ในส่วนของการแพทย์แผนนาโน และเทคโนโลยีชีวภาพนาโน

ส4

เป็นศาสตร์เกี่ยวกับการแพทย์หรือตัวยา หรือการบำบัดรักษาโดยยา ที่เกี่ยวข้องกับระบบขนาดนาโน การศึกษาวิจัยเรื่องนี้ ถือเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใหม่มาก ส่วนมากอยู่ในขั้นการทดลอง และยังไม่มีการนำมาใช้กันอย่างเป็นระบบในปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่า จุดเริ่มต้นของการแพทย์แผนนาโนมาจากนิยายวิทยาศาสตร์ ที่เขียนขึ้นเมื่อประมาณ 50 ปีมาแล้ว โดยกล่าวถึง การนำเรือดำน้ำจิ๋ว หรือหุ่นยนต์นาโนลักษณะคล้ายเรือดำน้ำ ส่งเข้าไปในร่างกายของผู้ป่วย เพื่อปฏิบัติภารกิจในการรักษา หรือซ่อมแซมส่วนที่ผิดปกติ ในครั้งนั้นไม่มีใครเชื่อว่า จินตนาการดังกล่าวจะเป็นจริงได้ แต่ในปัจจุบันมีแนวโน้มว่า เรื่องหุ่นยนต์นาโน หรืออวัยวะเทียมอาจเป็นจริง ผลจากการศึกษาวิจัยจนถึงปัจจุบันพบว่า ได้มีการเสนอแบบจำลองของหุ่นยนต์นาโน ที่เรียกว่า หุ่นยนต์นาโน ที่สร้างขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์หลายๆ ด้าน เช่น ด้านทันตกรรม มีความสามารถในการตรวจสอบ ซ่อมแซม ทำความสะอาดผิวฟัน โดยการควบคุมผ่านระบบคอมพิวเตอร์ทางไกล ทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดในขณะทำฟันลดลง หรือแทบไม่รู้สึกว่ากำลังทำฟันอยู่ นอกจากนี้ ยังมีการสร้างหุ่นยนต์นาโนเซลล์เม็ดเลือดแดงเทียม ที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นเลือดฝอย เพื่อให้เคลื่อนที่ไปในหลอดเลือดได้ เช่นเดียวกับเม็ดเลือดแดง หุ่นยนต์นาโนเซลล์เม็ดเลือดแดงเทียมนี้ จะทำหน้าที่ นำก๊าซออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยออกแบบระบบควบคุมการทำงาน ด้วยคอมพิวเตอร์ ทั้งในด้านการป้อนพลังงาน และระบบสื่อสารอย่างเหมาะสม หากเป็นผลสำเร็จ คาดว่า จะสามารถนำหุ่นยนต์นาโนเซลล์เม็ดเลือดแดงเทียมนี้มาใช้ เพื่อรักษาผู้ป่วยที่เกิดจากความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง ซึ่งส่งผลให้มีก๊าซออกซิเจน ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่เพียงพอ ปัญหาโรคมะเร็งก็เช่นเดียวกัน ที่จนถึงปัจจุบันส่วนมากก็ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาด อาจใช้เครื่องมือ ที่ลักษณะเหมือนหุ่นยนต์นาโนหรือวัสดุนาโน เป็นตัวขนส่งยา นำเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ในการรักษา รวมทั้งการรักษาโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด โรคเอดส์ โรคไข้หวัดนก ก็อาจอาศัยการแพทย์แผนนาโน รักษาเยียวยา นอกจากเป้าหมายในการรักษาแล้ว การศึกษาวิจัยทางด้านนาโนเทคโนโลยี ยังนำไปสู่การตอบสนองในเรื่องอื่นๆ เช่น การสร้างระบบภูมิคุ้มกัน การรักษาเกี่ยวกับความบกพร่องทางด้านประสาทสัมผัสต่างๆ ทั้งระบบผิวหนัง การมองเห็น การได้ยิน และการรับรสหรือกลิ่น อาจกล่าวได้ว่า การแพทย์แผนนาโนจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของมนุษย์ในอนาคต ได้นานัปการ